สาวประเภทสองชาวจังหวัดหนองคาย หอบหลักฐานแชท - คลิปเสียงร้องสื่อ กล่าวหาพระลูกวัดแห่งหนึ่งในอำเภอท่าบ่อ แชทชวน “ฉันบวบ” เสนอ 300 บาท พอรู้เป็นพระจึงไม่ไป พร้อมเผยเคยถูกทักแชทลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง และเมื่อไปพบกลับเป็นพระในพื้นที่ท่าบ่อทั้งสองครั้ง ด้านพระยอมรับเสียงในคลิปเป็นเสียงตน แต่โต้ไม่ได้จ้าง “ฉันบวบ” อ้างอีกฝ่ายโทรมาขอเงิน 300 บาท ขณะที่ชาวบ้านละแวกวัดตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยพบพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัด ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

สาวประเภทสองชาวจังหวัดหนองคาย หอบหลักฐานแชท - คลิปเสียงร้องสื่อ กล่าวหาพระลูกวัดแห่งหนึ่งในอำเภอท่าบ่อ แชทชวน “ฉันบวบ” เสนอ 300 บาท พอรู้เป็นพระจึงไม่ไป พร้อมเผยเคยถูกทักแชทลักษณะเดียวกันมาแล้ว 2 ครั้ง และเมื่อไปพบกลับเป็นพระในพื้นที่ท่าบ่อทั้งสองครั้ง ด้านพระยอมรับเสียงในคลิปเป็นเสียงตน แต่โต้ไม่ได้จ้าง “ฉันบวบ” อ้างอีกฝ่ายโทรมาขอเงิน 300 บาท ขณะที่ชาวบ้านละแวกวัดตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันที่ผ่านมาไม่เคยพบพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัด ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายเอ (นามสมมุติ) สาวประเภทสองชาวอำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย นำหลักฐานข้อความสนทนาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมคลิปเสียง เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน โดยขอให้ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมของพระปัญญา ชุติปุญโย พระลูกวัดกุมภประดิษฐ์ ตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย หลังนายเอระบุว่ามีการพูดคุยและชักชวนให้ไปพบ พร้อมเสนอเงินจำนวน 300 บาทเพื่อร่วมหลับนอน

นายเอให้ข้อมูลว่า รู้จักกับพระปัญญาผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กซึ่งเป็นกลุ่มเฉพาะสำหรับชายรักชายใช้พูดคุยทำความรู้จักและสานสัมพันธ์ โดยอีกฝ่ายได้เข้ามาพูดคุยและขอหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนจะมีการสนทนากันตามปกติ

 

 

 

นายเออ้างว่า ต่อมามีการชักชวนให้ตนเดินทางไปพบที่บริเวณหน้าวัดริมฝั่งแม่น้ำโขง พร้อมเสนอเงินจำนวน 300 บาทเพื่อร่วมหลับนอน โดยช่วงแรกไม่ทราบว่าบุคคลที่พูดคุยด้วยเป็นพระ แต่เมื่อทราบจึงตัดสินใจไม่เดินทางไป เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม

นายเอยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีบุคคลติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ในลักษณะชักชวนให้ไปพบมาแล้ว 2 ครั้ง และเมื่อตนเดินทางไปพบ ปรากฏว่าบุคคลทั้งสองเป็นพระในพื้นที่อำเภอท่าบ่อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในส่วนนี้เป็นคำกล่าวของผู้ร้อง ซึ่งยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานประกอบเพิ่มเติม

สำหรับกรณีล่าสุด นายเอระบุว่า หลังจากปฏิเสธไม่เดินทางไปพบ ได้เกิดการโต้เถียงและใช้ถ้อยคำต่อว่ากัน ก่อนที่นายเอจะนำข้อความสนทนาและคลิปเสียงบางส่วนเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อจำนวนมาก จากนั้นจึงนำหลักฐานที่มีเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน เพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

ภายหลังได้รับเรื่อง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังวัดกุมภประดิษฐ์ ตำบลโพนสา อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากพระปัญญา ชุติปุญโย ซึ่งเป็นพระที่ถูกกล่าวถึงโดยตรง

พระปัญญา ชุติปุญโย ยอมรับว่า เสียงที่ปรากฏอยู่ในคลิปเป็นเสียงของตนจริง และยอมรับว่ามีการพูดคุยกับนายเอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แต่ชี้แจงข้อเท็จจริงแตกต่างจากผู้ร้อง โดยระบุว่าไม่ได้ว่าจ้างนายเอให้มาร่วมหลับนอนแต่อย่างใด

พระปัญญาระบุว่า นายเอเป็นฝ่ายติดต่อมาถามว่า “หลวงพี่มีเงินไหม ถ้ามีขอหน่อย 300 เดี๋ยวจะเข้าไปเอาเงินกับหลวงพี่” ก่อนจะวางสาย โดยทั้งสองรู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก

พระปัญญากล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่จะมีการร้องเรียน พร้อมกล่าวขอโทษญาติโยมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าเสียงในคลิปเป็นเสียงของตนจริง แต่ต้องการขอความเป็นธรรม เนื่องจากยืนยันว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายติดต่อมาขอเงินจำนวน 300 บาท

 

ขณะที่นางสีเมือง สวัส อายุ 68 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ตำบลโพนสา ซึ่งพักอาศัยอยู่ละแวกวัดกุมภประดิษฐ์ เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวชาวบ้านต่างรู้สึกตกใจ เนื่องจากพระปัญญาบวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดมานานหลายพรรษา และที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะที่กำลังถูกกล่าวหา

นางสีเมืองระบุว่า จากที่ชาวบ้านรู้จัก พระปัญญาเป็นผู้มีน้ำใจ หากมีผู้มาขอความช่วยเหลือหรือหยิบยืมเงินและพระมีก็จะช่วย รวมถึงมักนำขนมมาแจกเด็ก ๆ โดยครอบครัวของพระมีฐานะไม่ดีนัก และบางครั้งพระเองยังต้องขอเงินจากญาติโยมใช้ จึงทำให้ชาวบ้านแปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ขณะนี้ปรากฏข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายที่ ขัดแย้งกันในสาระสำคัญเรื่องเงิน 300 บาท ฝ่ายผู้ร้องกล่าวหาว่าเป็นเงินที่พระเสนอเพื่อแลกกับการร่วมหลับนอน ขณะที่พระปัญญายืนยันว่าไม่ได้ว่าจ้าง และอ้างว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายติดต่อมาขอเงิน

ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงยังไม่ควรถูกสรุปจากคำกล่าวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว โดยเฉพาะเมื่อมีการระบุว่ามีทั้งข้อความสนทนาและคลิปเสียงซึ่งสามารถนำมาตรวจสอบลำดับการสนทนาและบริบทของเหตุการณ์ได้

สื่อมวลชนจึงขอให้หน่วยงานที่กำกับดูแลคณะสงฆ์ในพื้นที่ รวมถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดหนองคายและผู้เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา ว่ามีการกระทำตามที่ผู้ร้องกล่าวหาหรือไม่ ตลอดจนตรวจสอบข้อกล่าวหาของนายเอที่ระบุว่าเคยพบเหตุในลักษณะเดียวกันกับพระในพื้นที่อำเภอท่าบ่ออีก 2 ครั้งว่ามีข้อเท็จจริงและหลักฐานรองรับเพียงใด

หากตรวจสอบแล้วไม่พบพฤติกรรมตามข้อกล่าวหา ก็ควรชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อคืนความเป็นธรรมแก่พระผู้ถูกกล่าวถึง แต่หากพบหลักฐานว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสมจริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรดำเนินการตามพระธรรมวินัย กฎ ระเบียบ และขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เพื่อให้เรื่องนี้เกิดข้อยุติและสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

 

กลับ กลับหน้าหลัก



ติดต่อเรา

Copyright © 2016 nongkhainewsonline : ข่าวออนไลน์หนองคาย