ผู้ประกอบการร้านอาหารในอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โพสต์ขอความเป็นธรรม หลังอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ นรข.เขตหนองคาย (สถานีเรือรัตนวาปี) เข้าไปใช้บริการภายในร้าน ก่อนกล่าวหาว่าร้าน “ฟอกเงิน” ต่อหน้าลูกค้าจำนวนมาก เจ้าของร้านสุดทน! ตั้งคำถามเจ้าหน้าที่มีหลักฐานอะไรจึงกล่าวหาเช่นนี้ ยืนยันประกอบอาชีพสุจริต ชี้คำพูดดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของร้าน เรียกร้องผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ พร้อมเตรียมแจ้งความดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้ประกอบการร้านอาหารในอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย โพสต์ขอความเป็นธรรม หลังอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ นรข.เขตหนองคาย (สถานีเรือรัตนวาปี) เข้าไปใช้บริการภายในร้าน ก่อนกล่าวหาว่าร้าน “ฟอกเงิน” ต่อหน้าลูกค้าจำนวนมาก เจ้าของร้านสุดทน! ตั้งคำถามเจ้าหน้าที่มีหลักฐานอะไรจึงกล่าวหาเช่นนี้ ยืนยันประกอบอาชีพสุจริต ชี้คำพูดดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของร้าน เรียกร้องผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ พร้อมเตรียมแจ้งความดำเนินการตามกฎหมาย
วันนี้ (19 ต.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากคุณเอและคุณบี (นามสมมุติ) ผู้ประกอบการร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย ภายหลังมีการโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กของร้านชื่อ “ระติกา 90s” เพื่อขอความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
ผู้ประกอบการทั้งสองเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตหนองคาย สถานีเรือรัตนวาปี จำนวนหนึ่ง เดินทางเข้าไปใช้บริการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มภายในร้านตามปกติ กระทั่งผ่านไประยะหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งพูดขึ้นภายในร้านในลักษณะกล่าวหาว่าร้านอาหารของพวกตนเป็นร้านที่ “ฟอกเงิน” โดยขณะนั้นมีลูกค้ารายอื่นอยู่ภายในร้านและได้ยินคำพูดดังกล่าวจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจให้กับเจ้าของร้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากเห็นว่าการกล่าวหาว่าร้านอาหารเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเป็นเรื่องร้ายแรง โดยเฉพาะเมื่อเป็นคำพูดที่ถูกกล่าวอ้างว่าออกมาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของร้าน
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าของร้านได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ระติกา 90s” โดยระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ นรข. เข้ามาที่ร้านและกล่าวหาว่าร้านฟอกเงิน พร้อมตั้งคำถามถึงอำนาจหน้าที่และหลักฐานในการกล่าวหา รวมถึงความเหมาะสมของการใช้คำพูดดังกล่าวในสถานที่ที่มีลูกค้าอยู่จำนวนมาก
ข้อความบางช่วงของโพสต์ระบุว่า
“แล้วมีหลักฐานหรอทำไมถึงกล้าพูดให้ร้านแบบนี้ ลูกค้าอยู่เต็มร้าน พูดแบบนี้เสียหายนะคะ”
พร้อมติดแฮชแท็ก #ได้จำเดี๋ยวเจอกัน และ #นรขรัตนวาปี
ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทำให้เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจในพื้นที่
เจ้าของร้านยืนยันว่า ร้านอาหารของตนเปิดดำเนินกิจการมาเป็นเวลานาน ประกอบอาชีพทำมาหากินอย่างสุจริต และดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคำกล่าวหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการกล่าวหาต่อหน้าลูกค้าซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจ
ทั้งสองยังระบุว่า ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการรายอื่น เพราะประชาชนที่ประกอบอาชีพสุจริตไม่ควรต้องมาได้รับความเสียหายจากคำพูดที่ไม่มีหลักฐานรองรับ และเห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐควรใช้ความระมัดระวังในการพูดหรือกล่าวหาบุคคลอื่น
ผู้ประกอบการจึงเรียกร้องไปยังผู้บังคับบัญชา นรข.เขตหนองคาย ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะพฤติกรรมและการใช้คำพูดของเจ้าหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนว่าเหมาะสมกับการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังเตรียมเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเห็นว่าคำกล่าวหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและการประกอบอาชีพของตน
ผู้ประกอบการยังบอกอีกว่า กรณีนี้ยังมีประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบว่า หากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลหรือพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมาย เหตุใดจึงไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่หากไม่มีหลักฐาน การกล่าวหาว่าร้านอาหารของประชาชนเป็นสถานที่ฟอกเงินต่อหน้าบุคคลอื่นนั้นมีความเหมาะสมเพียงใด
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังเป็นข้อร้องเรียนจากฝ่ายผู้ประกอบการ ซึ่งต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ นรข. ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า ผู้บังคับบัญชา นรข.เขตหนองคาย จะดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวอย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่



