ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จังหวัดหนองคาย ไล่ล่าคู่รักหนีหมายจับ 2 จังหวัด หลังฝ่ายชายก่อเหตุยิงคู่อริกลางถนนนนทบุรี ก่อนพาแฟนสาวขับเก๋งมุ่งหน้าหนองคาย หวังลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไป สปป.ลาว ติดต่อจ้างเรือไว้แล้ว แต่หนีไม่รอด! รถติดหล่มโคลนทิ้งรถวิ่งหนีเข้าป่า สุดท้ายถูกรวบทั้งคู่ ตรวจค้นพบปืน 9 มม. พร้อมกระสุน 10 นัด

ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จังหวัดหนองคาย ไล่ล่าคู่รักหนีหมายจับ 2 จังหวัด หลังฝ่ายชายก่อเหตุยิงคู่อริกลางถนนนนทบุรี ก่อนพาแฟนสาวขับเก๋งมุ่งหน้าหนองคาย หวังลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไป สปป.ลาว ติดต่อจ้างเรือไว้แล้ว แต่หนีไม่รอด! รถติดหล่มโคลนทิ้งรถวิ่งหนีเข้าป่า สุดท้ายถูกรวบทั้งคู่ ตรวจค้นพบปืน 9 มม. พร้อมกระสุน 10 นัด

 

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีและศาลจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นคู่รักกัน หลังได้รับข้อมูลว่าทั้งสองเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยมีเป้าหมายลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อหลบหนีการจับกุม

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง พล.ต.ต.เฉลิมศักดิ์ สุขสำราญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ขอให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บุญเสริม ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตาม พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย เฝ้าระวังตามจุดเสี่ยงและบริเวณด่านพรมแดน

 

กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน 6ขห 3785 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถต้องสงสัย ขับเข้ามาบริเวณบ้านหนองสองห้อง ถนนมิตรภาพสายอุดรธานี–หนองคาย ก่อนเลี้ยวเข้าไปเติมน้ำมันภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง และขับออกไปตามถนนข้างทางรถไฟในเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามอย่างกระชั้นชิด ก่อนที่รถยนต์ของผู้ต้องสงสัยจะขับเข้าไปติดหล่มโคลน ไม่สามารถขับต่อไปได้ ฝ่ายชายจึงเปิดประตูรถวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากจุดจอดรถประมาณ 50 เมตร แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนนำกลับมายังรถยนต์และพบหญิงสาวอีกคนอยู่ภายในรถ

 

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ถูกจับกุม ได้แก่ นายรชต อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการยิงปืนในเมืองและทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว

 

ส่วนอีกรายคือ น.ส.ภัทรลดา อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิ ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทั้งสองมีความสัมพันธ์เป็นคู่รักกัน

 

จากการตรวจค้นรถยนต์ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางสีดำ ภายในมีกล่องบรรจุอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดเดียวกัน จำนวน 10 นัด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี

 

จากข้อมูลการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 01.17 น. นายรชตถูกกล่าวหาว่าขับรถยนต์ไล่ยิงคู่อริกลางถนนในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ และเดินทางมายังจังหวัดหนองคายพร้อมแฟนสาว โดยมีข้อมูลว่าทั้งสองได้ติดต่อว่าจ้างเรือไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้เสียก่อน

 

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งสองไปสอบสวนที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พร้อมดำเนินการตามข้อกล่าวหาเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน การทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ตลอดจนความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและการขับรถขณะเสพยาเสพติด โดยต้องพิจารณาพฤติการณ์และพยานหลักฐานของผู้ต้องหาแต่ละรายแยกกัน ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการประสานงานของตำรวจต่างพื้นที่ในการติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว และมีความเสี่ยงถูกใช้เป็นเส้นทางหลบหนีออกนอกประเทศ

 

กลับ กลับหน้าหลัก



ติดต่อเรา

Copyright © 2016 nongkhainewsonline : ข่าวออนไลน์หนองคาย