ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (ตม.หนองคาย) จับกุมชาวลาวรับจ้างมารับพัสดุที่มีบัญชีธนาคาร, บัตร ATM และซิมโทรศัพท์ เพื่อนำไปส่งให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์ใน สปป.ลาว
ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (ตม.หนองคาย) จับกุมชาวลาวรับจ้างมารับพัสดุที่มีบัญชีธนาคาร, บัตร ATM และซิมโทรศัพท์ เพื่อนำไปส่งให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์ใน สปป.ลาว
วันนี้ (20 ส.ค. 69) พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย ,พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย ,พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จังหวัดหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดหนองคาย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พัทธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกสร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 ร่วมกับ พ.ต.ท.ปฐวี ชำราญดี รอง ผกก.ตชด.24 (หน.กองพัน ตชด.245) พร้อมเจ้าหน้าที่ ร้อย ตชด.245 จังหวัดหนองคาย จับกุม นาย มูเซ็ง (MR. NOUXENG ) อายุ 24 ปี สัญชาติลาว ราษฎรเมืองน้ำทา แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว
พร้อมด้วยของกลาง
1.สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำนวน 5 เล่ม
2. สมุดบัญชีธนาคารกรุงเทพ จำนวน 1 เล่ม
3.บัตร ATM ธนาคารกสิกรไทย จำนวน 7 ใบ
4. บัตร ATM ธนาคารกรุงเทพจำนวน 3 ใบ
5.SIM โทรศัพท์ จำนวน 12 ซิม
6.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Tecno Spark สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (โทรศัพท์ของผู้ต้องหา)
พบจากกล่องพัสดุที่มีบุคคลส่งมาจากต้นทางจังหวัดต่างๆ โดยแจ้งข้อมูลผู้รับคือ นาย มูเซ็ง ลี (MR.NOUXENG LEE) ผู้ถูกจับ
พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า วันนี้ (20 ส.ค.2569) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ได้รับแจ้งจากพนักงานขนส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง ว่ามีชายชาวลาว มารับพัสดุ โดยมีพฤติกรรมน่าสงสัย เนื่องจากจะมาแสดงตนรับพัสดุครั้งละหลายชิ้นติดต่อกันหลายวัน และสิ่งของภายในกล่องน่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย เนื่องจากเมื่อรับพัสดุแล้ว จะรีบใส่ลงในกระเป๋าเป้จนเต็ม จากนั้นได้รีบเดินหลบเข้าไปแถวสวนป่าใกล้กับด่านชายแดนหนองคาย จากนั้นได้เดินทางกลับออกนอกประเทศทางด่านพรมแดนหนองคาย ในทันที แต่เป็นที่สังเกตว่าเมื่อกลับออกมาจากป่ากลับพบว่ากระเป๋าเป้ที่บรรจุกล่องพัสดุเต็มใบกลับเหมือนไม่มีกล่องบรรจุไว้ในกระเป๋าเป้แต่อย่างใด เมื่อได้รับทราบข้อมูล เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย จึงได้จัดชุดเฝ้าติดตามพฤติกรรมของชายชาวลาวดังกล่าว
จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. (วันนี้ (20 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายพบเห็นชายชาวลาวต้องสงสัยเดินทางข้ามมาจากฝั่งประเทศลาวทางด่านพรมแดนหนองคาย และได้เข้ามาติดต่อรับกล่องพัสดุที่ขนส่งเอกชนบริเวณใกล้ด่านพรมแดน โดยพบว่าชายชาวลาวได้นำเอากล่องพัสดุใส่ในกระเป๋าเป้จนเต็ม จากนั้นได้เดินเท้าออกมาที่ถนนเสด็จ และได้เดินทางไปรับกล่องพัสดุกับขนส่งเอกชนอีกแห่ง ที่อยู่ใกล้เคียงกัน จากนั้นได้นั่งรถสามล้อมาลงที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนหนองคาย แล้วเดินเท้าเข้าไปในสวนป่าซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวตรงกับที่พนักงานขนส่งเอกชนแจ้งมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายได้ติดตามไปตรวจสอบพบชายชาวลาวคนดังกล่าวนั่งหลบอยู่ในป่าพงหญ้า และกำลังแกะกล่องพัสดุเพื่อเอาบัญชีธนาคาร บัตร ATM และ SIM โทรศัพท์ที่อยู่ภายในกล่องแต่ละกล่อง เจ้าหน้าที่ฯชุดจับกุม ได้แสดงตัวขอตรวจสอบ
จากการตรวจสอบกล่องพัสดุในกระเป๋าเป้ของชายชาวลาวคนดังกล่าว พบกล่องพัสดุจำนวนหลายชิ้น ซึ่งมีรายละเอียดผู้ส่ง โดยมีชื่อผู้รับ คือ เซง แฟลช หนองคาย 65 (องฮงทัวร์) 8/8 ม.3 ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย 43000 ซึ่งคือบุคคลเดียวกันกับผู้ต้องหาในครั้งนี้
จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากเพื่อนชาวลาว ให้ข้ามมาฝั่งประเทศไทยทางด่านพรมแดน หนองคาย ให้มารับเอาพัสดุที่บริษัทขนส่งพัสดุเอกชนในเมืองหนองคาย ซึ่งภายในกล่องพัสดุมีบัญชีธนาคาร, บัตร ATM และ SIM โทรศัพท์ ให้ลักลอบนำข้ามไปให้ที่ประเทศลาว โดยจะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน จำนวน 200 บาทต่อ 1 กล่องพัสดุ ตนตอบตกลงรับจ้าง จากนั้นเพื่อนชายชาวลาวได้ขอชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของตนแจ้งเป็นผู้รับพัสดุ เพื่อส่งไปให้กับเครือข่ายที่ฝั่งประเทศไทย
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ส.ค.2569 เพื่อนชายชาวลาวได้แจ้งให้ตนมารับพัสดุที่ขนส่งเอกชนในจังหวัดหนองคาย โดยผู้ว่าจ้างจะส่งภาพหน้ารายละเอียดของกล่องพัสดุมาให้ดูทางห้องสนทนา Telegram และ Whatapp เมื่อตนมาถึงที่หมายได้แสดงตัวรับพัสดุ จากนั้นเพื่อนชาวลาวแจ้งมาว่าให้แกะเอาเฉพาะบัญชีธนาคาร บัตร ATM และ SIM ที่อยู่ภายในกล่องเมื่อข้ามกลับมาทางด่านพรมแดนหนองคาย ให้ซุกซ่อนตามกระเป๋ากางเกง ขอบเอวกางเกง เพื่อปิดบังหาก เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบสิ่งของก่อนเดินทางข้ามจากฝั่งไทยมาฝั่งลาว ตนไม่รู้ว่าจะไปแกะที่ไหนถึงจะไม่มีบุคคลมาพบเห็น จึงได้เดินไปหาสวนป่าบริเวณด่านพรมแดน แล้วเข้าไปหลบในป่าพงหญ้าเพื่อแกะกล่องพัสดุเอา บัญชีธนาคาร บัตร ATM และ SIM มาซุกซ่อนตามกระเป๋ากางเกงและขอบเอวกางเกง จากนั้นได้ข้ามด่านพรมกลับมาที่ฝั่งลาว และนำไปมอบให้กับเพื่อนของตนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง และรับเงินค่าจ้าง
จนกระทั่งวันนี้ตนได้เดินทางข้ามมาเพื่อมารับกล่องพัสดุข้างต้น โดยได้ไปรับพัสดุกับขนส่ง จำนวน 2 แห่ง จากนั้นได้บรรจุลงในกระเป๋าเป้แล้วเข้าไปหลบในป่าจุดเดิมเพื่อแกะกล่อง เอา บัญชีธนาคาร บัตร ATM และ SIM ขณะแกะกล่องพัสดุได้เพียง 1 ชิ้น มี เจ้าหน้าที่ฯ มาแสดงตัวขอตรวจสอบ จนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ได้แจ้งข้อกล่าวหา นาย มูเซ็ง (MR.NOUXENG ) ในความผิดฐาน
1.“มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบตามมาตรา 269/5 ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตาม ป.อาญามาตรา 269/67
2.ร่วมกันเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด
3.ร่วมกันเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนาม ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้
จากนั้นได้ควบคุมตัวพร้อมตรวจยึดของกลางนำส่ง พงส.สภ.เมืองหนองคาย เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

























