นายก อบจ.หนองคาย ชี้แจงการขออนุมัติงบประมาณมาบูรณะศาลหลักเมืองหนองคาย จากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ทำตามระเบียบขั้นตอน เมื่อสภาฯไม่อนุมัติงบประมาณก็จะได้หาแนวทางดำเนินการต่อ เพราะได้ดำเนินการไปแล้วในบางส่วน ย้ำทำเพื่อส่วนรวม เพื่อหน้าตาของจังหวัดหนองคาย ไม่ได้เป็นการไปเบียดบังงบประมาณนักเรียนตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมชี้แจงโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์บนถนนถ่ายโอนภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย จำนวน 8 สายทาง รวมจำนวน 329 ต้น ทำอย่างโปร่งใสมี ป.ป.ช.เข้าตรวจสอบการดำเนินการทุกขั้นตอน และเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนชาวจังหวัดหนองคายโดยตรง

นายก อบจ.หนองคาย ชี้แจงการขออนุมัติงบประมาณมาบูรณะศาลหลักเมืองหนองคาย จากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ทำตามระเบียบขั้นตอน เมื่อสภาฯไม่อนุมัติงบประมาณก็จะได้หาแนวทางดำเนินการต่อ เพราะได้ดำเนินการไปแล้วในบางส่วน ย้ำทำเพื่อส่วนรวม เพื่อหน้าตาของจังหวัดหนองคาย ไม่ได้เป็นการไปเบียดบังงบประมาณนักเรียนตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมชี้แจงโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์บนถนนถ่ายโอนภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย จำนวน 8 สายทาง รวมจำนวน 329 ต้น ทำอย่างโปร่งใสมี ป.ป.ช.เข้าตรวจสอบการดำเนินการทุกขั้นตอน และเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนชาวจังหวัดหนองคายโดยตรง

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2569 การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย สมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่ 2 ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย มีประเด็นที่เป็นข้อถกถียงในสื่อสังคมออนไลน์กรณี สมาชิกสภาฯ เสียงส่วนใหญ่ไม่อนุมัติญัตติการนำงบประมาณจากกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.หนองคาย มาปรับปรุง ซ่อมแซม อาคารพื้นที่ศาลหลักเมืองหนองคาย

ต่อกรณีดังกล่าว วันนี้ 27 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามรายละเอียดกับ นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย

 

นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า สืบเนื่องจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายได้รับมอบภารกิจให้ดูแลศาลหลักเมืองหนองคายซึ่งทางกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นผู้ดูแลดังนั้นในการใช้งบประมาณใช้อะไรต่างที่จะมาบริหารจัดการต้องมาจากกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ได้มีการแบ่งการบูรณะออกเป็น 3 ช่วง โดยช่วงแรกเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยการย้ายต้นไม้ออกจากแนวก่อสร้าง แนวอาคาร ที่อาจส่งผลต่ออาคารในอนาคต และได้กำหนดแนวเขตรั้วด้านนอก โดยการดำเนินการส่วนนี้เป็นการใช้งบประมาณจากเงินบริจาคประมาณ 390,000 บาท โดยมีการบริหารจัดการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนที่สองเป็นเงินเหลือจ่ายจากงบประมาณการก่อสร้างถนนจำนวน 39 ล้านกว่าบาทและมีเงินเหลือประมาณ 3,900,000 บาท ทาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายได้นำมาบริหารจัดงานโดยให้กองช่างได้ออกแบบเป็นลานคอนกรีตพิมพ์ลาย โดยทางกองช่างได้ออกแบบตามแบบมาตรฐานราคากลาง โดยงบที่ต้องใช้ประมาณ 3,900,000 บาท และได้ตั้งราคากลางไว้ ซึ่งทำให้ไม่มีเงินเหลือในการที่จะมาใช้ในการปรับปรุงอาคารทั้ง 3 หลัง สำหรับส่วนที่สาม ได้มีการประกวดราคา และได้ผู้รับจ้างที่ชนะการประกวดราคาประมาณสองล้านกว่า จากนั้นทางฝ่ายบริหารก็ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสภาฯ เพื่อของบประมาณมาบูรณะอาคารทั้งสามหลัง โดยได้ดำเนินการตามมาตรฐานของกองช่างรวมเบ็ดเสร็จต้องใช้งบประมาณ 900,000 กว่าบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นการออกแบบตามมาตรฐานราคากลาง จะถูกจะแพงไม่ว่ากันเพราะเป็นการออกแบบตามมาตรฐานราคากลาง สุดท้ายเมื่อเราได้ผู้ประมูลราคาที่ต่ำลงมาก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ แต่วิธีการของบประมาณจากสภาฯต้องใส่ราคาเต็ม สรุปทั้งสามส่วนนี้ส่วนแรกงบปรับปรุงภูมทัศน์จากเงินบริจาคเราใช้แล้วจำนวน 390,000 บาท ส่วนที่สองรอผู้ชนะประกวดราคามาเซ็นสัญญาวันที่ 31 ก.ค. 2569 นี้ ส่วนที่สามเมื่อสภาฯไม่ให้ผ่านตัวผมเองก็ต้องบริหารโดยการหางบประมาณมาซ่อมอาคารทั้งสามหลังนี้

“สาเหตุที่ต้องทำพร้อมกันเพื่อให้การบูรณะศาลหลักเมืองหนองคายอยู่ในห้วงเดียวกัน โดยเฉพาะช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษา ช่วงปลายปี ที่จะมีประชาชน นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่จังหวัดหนองคายจำนวนมาก ได้เคารพ สักการะ กราบไหว้ อีกทั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2570 จะถือเป็นช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาเปิดศาลหลักเมืองหนองคาย (พระราชทานสมโภชน์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย ปีมะโรง  โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามกุุฎราชกุมาร เสด็จเป็นองค์ประธาน) ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย จะได้ปรึกษากับทางจังหวัดหนองคาย เพื่อจัดพิธีรำบวงสรวง ให้เป็นกิจกรรมของทางจังหวัด และจะได้ทำให้เป็นกิจกรรมในทุกๆปี นี้คือเหตุผลทำไมทางฝ่ายบริหารจึงต้องไปของบประมาณจากสภาฯ” นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย กล่าว

 

นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย กล่าวต่อว่า ส่วนข้อญัตติอื่นที่มีการโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะเรื่องโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์บนถนนถ่ายโอนภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย จำนวน 8 สายทาง รวมจำนวน 329 ต้น อยากเรียนให้พี่น้องชาวหนองคายทราบว่า ไฟแสงสว่างล๊อตแรกจำนวน 8 เส้นทางใช้ระบบไอโอที จากทั้งหมด 329 ต้น ทางสภาฯอนุมัติให้ผ่านอยู่ในระหว่างการติดตั้ง โดยในวันที่ 19 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองคาย ได้เข้ามาตรวจติดตามการดำเนินโครงการฯ โดยทาง อบจ.หนองคาย ได้นำเสนอโครงการฯ การดำเนินงานทุกอย่างเพื่อความโปร่งใสให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ตาม TOR ที่เขียนกำหนดไว้ (มูลค่าโครงการฯ 20 ล้านบาท) โดยได้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ส่วนล๊อตที่ 2 ของไฟแสงสว่างเพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพราะมีทั้งหมด 32 เส้นทางที่ต้องดำเนินการ ในเรื่องสภาฯ ที่ไม่ให้ผ่านเพราะสภาฯ มีความเป็นห่วงว่าสเปคไม่ได้มาตรฐาน  สัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยผมได้ชี้แจงกับสภาฯ ได้ทราบแล้วว่า หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการตามมาตรฐานที่เรากำหนดไว้ (TOR) เราก็ไม่จ่ายเงิน

“ทุกอย่างผมดำเนินการโปร่งใสผ่านระบบสภาฯหมด และเรื่องไฟแสงสว่างก็เป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และการดำเนินงานก็มี ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบอย่างต่อเนื่องหากผู้รับจ้างดำเนินงานไม่ได้มาตรฐานเราก็ไม่จ่ายเงินเท่านั้นเอง” นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย กล่าว

นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย กล่าวย้ำอีกว่า “ผมขอยืนยันว่าการนำเงินจากกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นการนำเงินเหลือจ่ายที่เราทำในข้อบัญญัติตัวหลักไว้ปี 2569 เงินตรงนี้เป็นเงินสำหรับอุดหนุนโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่จังหวัดหนองคาย (สพป.หนองคาย เขต 1 , สพป.หนองคาย เขต 2) เราตั้งไว้จำนวน 3,900,000 บาท แต่มีการโอนลดเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมอย่างอื่นจำนวนสองล้านบาท และเหลือ 1,900,000 บาท โดยเหลือเวลาอีก 3 เดือนจะสิ้นปีงบประมาณ จะได้ตรวจสอบว่ามีเงินตรงไหนบ้างที่เหลือจ่าย ต้องนำมาบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้สอบถามผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ว่ามีเงินตรงไหนที่สามารถนำมาใช้โดยไม่เป็นการรบกวน โดยได้รับแจ้งว่าทาง สพป.หนองคาย เขต 1 และ สพป.หนองคาย เขต 2 ไม่ได้ทำเรื่องของบประมาณเข้ามา ซึ่งขอยืนยันไม่ได้ไปเบียดบังงบประมาณทางด้านการศึกษาของนักเรียนประถมศึกษาในจังหวัดหนองคายแต่อย่างใด

 

 

 

 

ทั้งนี้ วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายเสกสรรณ์ สมมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุดรธานี รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดหนองคาย ได้มอบหมายให้กลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการทุจริตในพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรมเฝ้าระวังสกัดกั้นการทุจริต ครั้งที่ 4 โดยได้ดำเนินการลงพื้นที่รับฟังรายละเอียดการดำเนินโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์บนถนนถ่ายโอนภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย จำนวน 8 สายทาง รวมจำนวน 329 ต้น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย งบประมาณ 20,398,000 บาท ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผู้ชนะการเสนอราคา คือ บริษัท กิจพัฒนแสง จำกัด เริ่มสัญญา 25 มีนาคม 2569 สิ้นสุดสัญญา 21 กันยายน 2569 โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณเหลือจ่ายของ อบจ.หนองคาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำหรับ 8 สายทางที่จะดำเนินการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ นั้น ได้แก่

1. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0032 บ้านม่วงคำ - บ้านวังยางเหนือ อ.เมืองหนองคาย จำนวน 34 ต้น

2. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0001 บ้านนาอ่าง - บ้านพระธาตุบังพวน อ.เมืองหนองคาย จำนวน 64 ต้น

3. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0021 บ้านน้ำเป บ้านนายาง อ.รัตนวาปี จำนวน 53 ต้น

4. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0024 บ้านดอนกลาง - บ้านนาหนัง อ.โพนพิสัย จำนวน 37 ต้น

5. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0020 บ้านเซิม - บ้านคำชิ อ.เฝ้าไร่ จำนวน 55 ต้น

6. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0011 บ้านหนอง - บ้านนางิ้ว อ.สังคม จำนวน 40 ต้น

7. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0010 บ้านโพนสา - บ้านโพนงาม อ.ท่าบ่อ จำนวน 26 ต้น

8. ถนนทางหลวงท้องถิ่น สาย นค.ถ.1-0026 บ้านนาช้างน้ำ บ้านโคกคอน อ.ท่าบ่อ จำนวน 20 ต้น

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการและยังไม่ได้มีการเบิกจ่าย โดยคุณสมบัติพิเศษของโคมไฟดังกล่าวคือ จะมีระบบควบคุมโคมไฟ Smart LED Solar Street Light สามารถเรียกดูสถานะ รวมถึงระบบการแจ้งเตือนสถานะเมื่อเกิดความผิดปติของโคมไฟได้ ผ่านการเชื่อมต่อระบบแบบไร้สาย เชื่อมโยงเครือข่าย Internet ได้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่าอยู่ในขั้นตอนของการหล่อตอหม้อ และเซตระบบโคมไฟพลังงานแสดงอาทิตย์ ก่อนที่จะดำเนินการประกอบชิ้นส่วนและนำไปดำเนินการติดตั้งตามจุดต่างๆ 8 สายทาง ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดหนองคาย ได้ให้คำแนะนำแก่ อบจ.หนองคาย ว่า ให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ดำเนินโครงการได้ทราบรายละเอียดการดำเนินโครงการอย่างทั่วถึง การสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชนในโครงการต่างๆ หน่วยงานได้ดำเนินการโครงการในพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ หากโครงการดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดหนองคาย จะดำเนินการลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการอีกครั้งในลำดับต่อไป.

 

 
กลับ กลับหน้าหลัก



ติดต่อเรา

Copyright © 2016 nongkhainewsonline : ข่าวออนไลน์หนองคาย