ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย (ตม.หนองคาย) จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย (ตม.หนองคาย) จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
วันนี้ (31 พฤษภาคม 2569) เวลาประมาณ 21.00 น. พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย ,พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย ,พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย ได้ทำการจับกุม น.ส.นาตยา สังกะเพศ สัญชาติไทย อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 237/2569 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” โดยมีพนักงานสอบสวน สภ.ท่ายาง เป็นเจ้าของคดี
พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม 2569 ตนได้หางานทำในจังหวัดชลบุรีผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้พบผู้ว่าจ้างรายหนึ่ง (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ซึ่งโพสต์ข้อความรับสมัครบุคคลเพื่อยกสินค้าและกระจายสินค้าไปยังห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ตนจึงได้ติดต่อผู้ว่าจ้างดังกล่าว และนัดหมายพบกันที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศรีราชา ในวันถัดมา ตนได้เดินทางไปพบผู้ว่าจ้างและเริ่มทำงาน โดยมีหน้าที่ขนย้ายพัสดุจากรถส่งสินค้าเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ต่อมาผู้ว่าจ้างได้แจ้งว่าลูกค้าบางส่วนจะโอนเงินค่าสินค้าเข้ามา แต่ผู้ว่าจ้างไม่มีบัญชีสำหรับรับโอน จึงขอยืมบัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสด และโทรศัพท์มือถือของตน เพื่อใช้รับเงินดังกล่าว หลังจากนั้นไม่นาน มียอดเงินโอนเข้าบัญชีของตนหลายรายการ ตั้งแต่หลักร้อยบาทจนถึงหลักหมื่นบาท โดยผู้ว่าจ้างได้สั่งให้ตนโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นผ่านทางทรูวอลเล็ท ซึ่งเป็นบัญชีของเพื่อนผู้ว่าจ้าง ต่อมา น.ส.นาตยาฯ ได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารของตนไปยังทรูวอลเล็ทของตน จำนวน 7,000 บาท เพื่อรอโอนต่อไปยังบัญชีดังกล่าว แต่หลังจากนั้นบัญชีธนาคารและบัญชีทรูวอลเล็ทของตนถูกระงับ ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ ได้ต่อมาผู้ว่าจ้างได้คืนโทรศัพท์มือถือและบัตรกดเงินสดให้แก่ตน พร้อมแจ้งให้ตนไปติดต่อธนาคารด้วยตนเอง
จากนั้นต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป โดยตนไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด ภายหลังตนพยายามติดต่อผู้ว่าจ้างเพื่อทวงถามค่าจ้าง แต่พบว่าผู้ว่าจ้างได้ลบข้อมูลการติดต่อระหว่างตนกับผู้ว่าจ้างออกทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถติดต่อผู้ว่าจ้างรายดังกล่าวได้อีก จนกระทั่งถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวเมื่อสอบปากคำเบื้องต้นเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของคดี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.