ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (ตม.หนองงคาย) จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติตามหมายจับ 2 ราย ภายหลังรับตัวผู้ต้องหาคดี สแกมเมอร์จากประเทศลาว และได้ทำการคัดแยกผู้ต้องหาที่หมายจับ
ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (ตม.หนองงคาย) จับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติตามหมายจับ 2 ราย ภายหลังรับตัวผู้ต้องหาคดี สแกมเมอร์จากประเทศลาว และได้ทำการคัดแยกผู้ต้องหาที่หมายจับ
วันนี้ (22 พ.ค. 2569 ) พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย ,พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย ,พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.จว.หนองคาย ได้ทำพิธีการรับตัวผู้ต้องหาคดี สแกมเมอร์จากประเทศลาว ซึ่งเป็นคนไทยจำนวน 102 คน ซึ่งได้ใช้กลไกการส่งต่อระดับชาติหรือ nrm ในการคัดแยกเหยื่อพร้อมทั้งสหวิชาชีพ ณ ด่านสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 1 ผลการคัดแยกพบ นายพงษ์เทพ หรือต้า โฉมงาม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 ซอยเลี่ยงเมืองนนทบุรี 5 แยก 2 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี บุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่ 125/2566 ลงวันที่ 13 ม.ค. 2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมกันเป็นอั้งยี่,ร่วมกันเป็นซ่องโจร,ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” รวมอยู่ในคณะบุคคลดังกล่าว โดยมี บก.สอท.1 เป็นเจ้าของคดี
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ต้องหา ทราบว่าเมื่อประมาณปี 2566 มีเพื่อนชื่อเอก จําชื่อจริงไม่ได้ ชวนไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์ที่กัมพูชา ซึ่งตนสนใจ จึง ลักลอบ เดินทาง ตามช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดสระแก้ว เดินทางไปกัมพูชากับเพื่อน พอไปถึงกัมพูชา ถูกกักตัวไม่ให้ไปไหนประมาณ 12 วัน จากนั้นมีคนไทยชื่อชัย มาแจ้งว่าจะให้ทํางานซึ่งเป็นงานผิดกฎหมาย ตนจึงไม่สมัครใจทํา ชายคนดังกล่าวแจ้งว่าถ้าไม่ทําให้หาเงินมาจ่ายจำนวน 30,000 บาท ถ้าไม่มีก็ให้ติดต่อญาติส่งมาให้ ตนไม่มีเงินและติดต่อญาติไม่ได้จึงถูกกักขังและถูกทําร้ายโดยใช้ไฟฟ้าช๊อต จากนั้นมีคนนําสคลิปมาให้อ่าน เพื่อโทรหลอกคนไทย วิธีการคือเป็นคนรับสายที่ 2 อ้างตัวเป็นตํารวจรับแจ้งความ ตนทํางานได้ 2 เดือน ต้องการจะหนีออกมาจึงชวนเพื่อน หนีออกมาและกลับประเทศไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ ต่อมาเมื่อประมาณกลางเดือน เม.ย.69 พบประกาศในอินเทอร์เน็ตและพนักงานแพ็คสิ่งของในประเทศลาว ความสนใจจึงเดินทางไปสมัครทํางาน โดยได้ลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติ บริเวณจังหวัดนครพนม เมื่อไปถึงแขวงสะหวันเขต นายจ้างจัดที่พัก แต่ยังไม่ได้ทํางาน ต่อมาถูกทางการลาวจับกุมตัวส่งตัวกลับประเทศไทย จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น นําตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป
รายที่ 2 จับกุม นายจตุพร ไทรทอง อายุ 30 ปี เอยู่บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ 3 ต.ท่าดินดำ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี บุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7040/2568 ลง 26 พ.ย. 2568 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อคมหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยมี สน.บางซื่อ เป็นเจ้าของคดี
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทราบว่า ช่วงต้นเดือน ก.พ. 68 ตนต้องการหางานทํา ได้พบประกาศในเพจเฟซบุ๊ก รับสมัครพนักงานเป็นแอดมินตอบลูกค้ามีสํานักงานอยู่ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงเดินทางไป เมื่อถึงตลาดโรงเกลือ ได้มีคนกัมพูชามารับ และพาลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา และได้มีคนมารับอีกต่อหนึ่งไปที่คาสิโนซานโฮ ไม่ทราบชื่อเมืองอะไร ตนถูกยึดเอาโทรศัพท์และของมีค่า ( เงินสด บัตรประชาชนและโทรศัพท์ 2เครื่อง ) จากนั้นกลุ่มคนเหล่านั้นได้ขอรหัสปลดล็อกโทรศัพท์และรหัสบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์สาขาทุ่งครุ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลเวสเกตไป ตนถูกกักขังและถูกบังคับสแกนใบหน้า ต่อมาได้ถูกส่งตัวไปที่เมืองไชทง ถูกบังคับให้ทํางานเป็นสแกมเมอร์ในลักษณะฟิวแฟนหลอกให้เหยื่อหลงรัก ทําอยู่ที่นั่นได้ประมาณ 7 เดือนถูกส่งต่อไปที่ไชน่าทาวน์ติดชายแดนประเทศเวียดนาม หลังจากเกิดสงครามนายจ้างสอบถามว่ามีใครอยากทํางานต่อหรือไม่ ตนไม่สมัครใจจึงถูกส่งตัวมาที่ปอยเปต ได้ทํางานเว็บพนันออนไลน์เพื่อหาเงินกลับบ้าน ต่อมาตนได้รับลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.อรัญประเทศ ช่วงเดือน เม.ย.69 เนื่องจากตนไม่มีงานทําจึงหางานในเพจเฟซบุ๊ก เจอประกาศรับพนักงานแอดมินพนันออนไลน์ในประเทศลาว ตนสนใจจึงลักลอบเดินทางออกตามช่องทางธรรมชาติบริเวณจังหวัดมุกดาหารไปยังสปป.ลาว เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69 แต่ยังไม่ได้ทํางาน ต่อมาถูกทางการลาวจับกุมตัวส่งกลับมายังประเทศไทย โดยที่ตนเองไม่ทราบว่ามีหมายจับ จนมาถูกจนท.ควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบและ นำส่ง พงส.สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.





