เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ตามรวบหนุ่มใหญ่ชาวจังหวัดหนองคาย ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เว้นแม้แต่ซอสพริก ทั้งในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง ที่ออกมาก่อเหตุขโมยกระสอบข้าวสารที่ตลาดนัดจุดผ่อนปรนไทย-ลาว อ.โพนพิสัย หลังหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาได้หลายครั้ง พบประวัติถูกดำเนินคดีลักทรัพย์มาถึง 10 คดี เจ้าหน้าที่ตลึงพบของกลางที่ถูกขโมยถูกเก็บไว้เป็นโกดัง มากกว่า 80 รายการ มูลค่ากว่า 1.5 แสนบาท เจ้าหน้าที่แจ้งผู้เสียหายตรวจสอบสิ่งของที่ได้ที่ สภ.โพนพิสัย เพื่อขอรับคืนได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ตามรวบหนุ่มใหญ่ชาวจังหวัดหนองคาย ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เว้นแม้แต่ซอสพริก ทั้งในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง ที่ออกมาก่อเหตุขโมยกระสอบข้าวสารที่ตลาดนัดจุดผ่อนปรนไทย-ลาว อ.โพนพิสัย หลังหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาได้หลายครั้ง พบประวัติถูกดำเนินคดีลักทรัพย์มาถึง 10 คดี เจ้าหน้าที่ตลึงพบของกลางที่ถูกขโมยถูกเก็บไว้เป็นโกดัง มากกว่า 80 รายการ มูลค่ากว่า 1.5 แสนบาท เจ้าหน้าที่แจ้งผู้เสียหายตรวจสอบสิ่งของที่ได้ที่ สภ.โพนพิสัย เพื่อขอรับคืนได้
เมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ (27 เม.ย. 69) ที่ลานด้านหน้า สภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย , พ.ต.อ.วิทยากรณ์ ษมากรวิทิต ผกก.สภ.โพนพิสัย , พ.ต.ท.ฉัตรชัย ใจไวย์ รอง ผกก.สส.สภ.โพนพิสัย ,พ.ต.ท.สิทธิรักษ์ สิริสิงห รอง ผกก.ป.สภ.โพนพิสัย, พ.ต.ท.ประสาท สามารถกุล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.โพนพิสัย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายนาวิน หรือวิน บุดดีเลิศ อายุ 52 ปี ชาว ต.มีชัย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พร้อมของกลาง 80 รายการ มูลค่ากว่า 1.5 แสนบาท ที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมได้เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 25 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ขณะในนายวิน เข้ามาก่อเหตุขโมยข้าวสาร จำนวน 1 กระสอบ ที่ตลาดจุดผ่อนปรนไทย-ลาว ในเขตเทศบาลเมืองโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย
การจับกุมครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อัทธชนม์ ช่วงงาม ผบก.ภ.จว.หนองคาย พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย , พ.ต.อ.วิทยากรณ์ ษมากรวิทิต ผกก.สภ.โพนพิสัย ที่ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ฉัตรชัย ใจไวย์ รอง ผกก.สส.สภ.โพนพิสัย ,พ.ต.ท.สิทธิรักษ์ สิริสิงห รอง ผกก.ป.สภ.โพนพิสัย, พ.ต.ท.ประสาท สามารถกุล รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.โพนพิสัย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัย ได้ร่วมประชุมกำหนดแนวทางในการวางแผนติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่อำเภอโพนพิสัย และอำเภอใกล้เคียง เนื่องจากมีการก่อเหตุลักษณะนี้จำนวนหลายครั้ง พฤติการณ์ผู้ก่อเหตุดังกล่าวจะขนของทุกอย่างที่สามารถขนจากบ้านผู้เสียหายไปได้ ทรัพย์สินที่มีค่าทั้งหมด รวมทั้งของอุปโภคและบริโภค โดยมุ่งเน้นก่อเหตุกับบ้านที่ผู้เสียหายไม่ค่อยได้พักอาศัยอยู่ กว่าผู้เสียหายจะรู้ตัว สิ่งของภายในบ้านก็หายไปหมดแล้ว และที่สำคัญจะเลือกก่อเหตุในสถานที่ห่างไกลจากชุมชน ไม่สามารถสืบสวนติดตามเส้นทางการก่อเหตุผ่านกล้องวงจรปิดได้
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ย.2568 ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์กว่า 20 รายการ จำนวนกว่า 27 ชิ้น มูลค่าประมาณ 171,300 บาท จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน และชุดป้องกันปราบปรามและผู้เสียหาย ร่วมติดตามอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ยังสามารถติดตามได้ จนนำไปสู่การทราบสถานที่กบดานในเวลากลางคืน ในพื้นที่อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย เมื่อเดินทางไปถึงผู้ก่อเหตุได้อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่ วิ่งหลบหนีเข้าป่าลึกไป เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบสิ่งของกว่า 55 รายการ จำนวน 141 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท ตรวจสอบร่วมกันกับผู้ใหญ่บ้านและบ้านเพื่อนบ้านข้างเคียง พบว่าทรัพย์สินบางส่วนไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ และทรัพย์สินบางส่วนเป็นของผู้เสียหายที่พึ่งถูกขโมยไปในวันนี้ (30 พ.ย.2568) เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบและติดตามผู้เสียหายเข้าดำเนินการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นายนาวิน หรือวิน บุดดีเลิศ ซึ่งมีประวัติถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ กว่า 10 คดี ถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2563 พึ่งพ้นโทษมาไม่นาน หลังจากทราบแผนประทุษกรรมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพนพิสัย ได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหามาโดยตลอดประกอบกับได้รับแจ้งว่ามีผู้ก่อเหตุได้มาก่อเหตุที่ตลาดนัดจุดผ่อนปรน ไทย-ลาว อ.โพนพิสัย หลายครั้งและมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้
จนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ ที่ 25 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการกระจายกำลังซุ่มทำการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันเหตุดังกล่าวซึ่งคาดว่าผู้ก่อเหตุจะก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง กระทั่ง เวลา 10.30 น. ได้มีผู้เสียหาย แจ้งว่ามีคนลักทรัพย์กระสอบข้าวสารจำนวน 1 กระสอบ ซึ่งวางไว้ที่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ที่ผู้เสียหายได้ใช้เดินทางมาซื้อของใช้ที่ ตลาดนัดจุดผ่อนปรน ไทย-ลาว ที่บริเวณลานนาคาเฟส 1 เทศบาลซอย 11 และได้ตะโกนขอความช่วยเหลือว่ามีคนขโมยกระสอบข้าวไป
หลังจากได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวประกอบกับเจ้าพนักงานชุดจับกุมได้สังเกตเห็นชายต้องสงสัย ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ HONDA รุ่น WAVE 125I สี ดำ-แดง ทะเบียน 2 กฎ อุดรธานี 828 พร้อมทั้งมีกระสอบข้าวอยู่ท้ายรถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปทางสะพานห้วยหลวงอนุสรณ์ ลักษณะท่าทางมีพิรุธ เจ้าพนักงานชุดจับกุมจึงได้ขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด จนสามารถเข้าทำการควบคุมจับกุมตัวไว้ได้ โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์,ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ และจับกุมตัวตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคายในข้อหาลักทรัพย์อีก 2 หมายจับ นำไปสู่การขยายผลตรวจยึดทรัพย์ ที่ผู้ก่อเหตุได้ตระเวนลักทรัพย์มาเก็บซ่อนที่บ้านเช่า ในพื้นที่ อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี โดยเปิดเป็นร้านตัดผมบังหน้า เจ้าหน้าที่ถึงกับตลึง พบทรัพย์สินที่ถูกขโมยมากว่า 80 รายการ อาทิ จักรยานยนต์ เครื่องตัดหญ้า เลื่อยโซ่ยนต์ ถังแก๊ส เครื่องสูบน้ำ เครื่องเป่าผม จักรยาน โทรทัศน์ โทรศัพท์ พัดลม เครื่องดูดฝุ่น พระเครื่อง เครื่องเสียง และของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ แม้แต่ซอสพริกและข้าวสารก็ยังขโมย มูลค่าความเสียหายกว่า 150,000 บาท โดยพบว่าได้ก่อเหตุในพื้นที่ อ.โพนพิสัย อ.เหล่าต่างคำ จ.หนองคาย และ อ.สร้างคอม อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี
พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย ได้ฝากถึงประชาชนที่ถูกลักทรัพย์ หรือไม่แน่ใจว่าถูกลักทรัพย์หรือไม่ ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินในบ้านของตนเอง โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ อ.โพนพิสัย อ.เหล่าต่างคำ จ.หนองคาย และ อ.สร้างคอม อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี รวมไปถึงอำเภอที่อยู่ข้างเคียง ทั้ง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย และ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เนื่องจากของกลางมีเป็นจำนวนมาก ซึ่ง สภ.โพนพิสัย จะได้ลงภาพของกลางในเพจของ สภ.โพนพิสัย เมื่อดูภาพแล้วคุ้นไหมว่าเป็นของเรา ก็สามารถติดต่อที่ สภ.ที่เกิดเหตุ หรือที่ สภ.โพนพิสัย ได้โดยตรง
ทางด้าน พ.ต.อ.วิทยากรณ์ ษมากรวิทิต ผกก.สภ.โพนพิสัย ได้พูดพฤติกรรมของนายนาวิน (ผู้ต้องหา) ว่า เนื่องจากถูกจับกุมหลายคดี ทำให้มีประสบการณ์ จึงทำให้ไม่นำสิ่งของที่ขโมยมาออกไปขายตามร้านกลัวเจ้าหน้าที่หรือเจ้าของทรัพย์สินติดตามตัวได้ จึงเก็บไว้ที่บ้านเช่าที่ทำเป็นโกดัง แล้วค่อยนำไปขายในช่วงที่มีความจำเป็น และไปขายในพื้นที่ที่ไกล ๆ
ในส่วนของผู้เสียหายที่มานำหลักฐานมาขอรับคืนทรัพย์สินของตนเองนั้น บอกดีใจที่ได้ทรัพย์สินคืน บางรายบอกว่าทรัพย์สินของตนมีหลายรายการ ถูกขโมยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 69 ในช่วงเที่ยงที่ตนออกไปกินข้าว.












