ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองหนองคาย บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน เข้าตรวจสอบโรงงานที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หลังรับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย พบโรงงานมีพฤติกรรมน่าสงสัยเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พบคนงานชายหญิงกำลังเร่งผลิตยาแก้ไอยี่ห้อดังปลอม เจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาแก้ไอปลอมที่บรรจุขวดแล้วกว่า 200 ขวด และของกลางอื่น ๆ รวม 22 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 5.5 ล้านบาท เบื้องต้นพบมีการส่งขายทั้งในไทยและ สปป.ลาว ในขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส ส่วน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย เตือนประชาชนที่จะใช้ยาในการรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ หรือซื้อยาในร้านขายยาที่มีเภสัชกร

ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองหนองคาย บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน เข้าตรวจสอบโรงงานที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย หลังรับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย พบโรงงานมีพฤติกรรมน่าสงสัยเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พบคนงานชายหญิงกำลังเร่งผลิตยาแก้ไอยี่ห้อดังปลอม เจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาแก้ไอปลอมที่บรรจุขวดแล้วกว่า 200 ขวด และของกลางอื่น ๆ รวม 22 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 5.5 ล้านบาท เบื้องต้นพบมีการส่งขายทั้งในไทยและ สปป.ลาว ในขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแส ส่วน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย เตือนประชาชนที่จะใช้ยาในการรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์ หรือซื้อยาในร้านขายยาที่มีเภสัชกร

เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ (21 เม.ย. 69) ที่หอประชุมอำเภอเมืองหนองคาย นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย , นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอเมืองหนองคาย , นายแพทย์สุรพงษ์ ผดุงเวียง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย , นายเดชมนตรี ผิวเหลือง ป้องกันจังหวัดหนองคาย , พ.ต.อ. ประภาพ ธิติศักดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย , พ.อ. วีรเทพ การุณรอบดุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดหนองคาย , เภสัชกรหญิง ปิยะมาศ ปรีชาฎก หัวหน้า กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข , นายชัยสิทธิ์ คำภาจันทร์ หัวหน้า ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดหนองคาย , นายหมวดเอกภาคิน คันธรินทร์ ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดหวัดหนองคายที่ 1 พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจค้นโรงงานผลิตยาแก้ไอเถื่อน ที่ตั้งอยู่ ที่ห้องเช่าหมายเลข 4,5 และ 6 ในพื้นที่ หมู่ 14 ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ติดกับถนนสายบ้านเนินพระเนาว์-นาคลอง ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดยาแก้ไอปลอมยี่ห้อดัง ยี่ห้อดาทิสซิน ชนิดน้ำเชื่อม (DATISSIN) ฝาแดง ฉลากแดง ที่บรรจุขวดแล้วกว่า 200 ขวด น้ำยาผสมเสร็จรอบรรจุ 75 ถัง เครื่องจักร กระสอบน้ำตาล สารเคมี และของกลางอื่น ๆ รวม 22 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 5.5 ล้านบาท และควบคุมตัวพนักงานชายหญิง จำนวน 4 ราย ชาย 3 หญิง 1

 

การทลายโรงงานผลิตยาแก้ไขปลอม ครั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 20 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และนายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย มอบหมายให้นายเดชมนตรี ผิวเหลือง ป้องกันจังหวัดหนองคายสั่งการให้นายหมวดเอกภาคิน คันธรินทร์ ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดหวัดหนองคายที่ 1 พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย.อส.จ.นค. 1 บูรณาการร่วมกับ ปปส.ภาค 4 และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ประกอบด้วยนายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอเมืองหนองคาย , นายสมปอง เที่ยงมนต์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอเมืองหนองคาย , นายวันชัย สารภาค หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง อำเภอเมืองหนองคาย , นายอภิวัฒน์ อินทร์หา ปลัดป้องกันอำเภอเมืองหนองคาย , พ.ต.ท.ผดุงเกียรติ สายคำภา หน.ชุด สืบสวน ภ.จว.นค. , เภสัชกรหญิง ปิยะมาศ ปรีชาฎก หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย และสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.นค. 2

โดยฝ่ายปกครองอำเภอเมืองหนองคาย เป็นหน่วยงานหลัก ได้เข้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีกลุ่มบุคคลเปิดโรงงานมีพฤติกรรมน่าสงสัยที่ห้องเช่าหมายเลข 4,5 และ 6 ในพื้นที่ หมู่ 14 ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ติดกับถนนสายบ้านเนินพระเนาว์-นาคลอง มีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าวพบว่าเป็นโรงงานจริง ซึ่งเครื่องจักรกำลังผลิตยาแก้ไอปลอม มีพนักงานอยู่ภายในโรงงาน ประมาณ 4 ราย เป็นชาย 3 ราย และหญิง 1 ราย จึงได้ควบคุมตัวไว้ และได้ตรวจยาแก้ไอปลอม (DATISSIN) ฝาแดง ฉลากแดง ที่บรรจุขวดแล้วกว่า 200 ขวด น้ำยาผสมเสร็จรอบรรจุ 75 ถัง เครื่องจักร กระสอบน้ำตาล สารเคมี และของกลางอื่น ๆ รวม 22 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 5.5 ล้านบาท ก่อนขยายผลตรวจยึดรถยนต์ตู้ทึบ และของกลางอื่น ๆ ได้อีกที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่บ้านหนองขาม ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จึงได้ตรวจของกลางทั้งหมดมาเก็บไว้ที่หอประชุมอำเภอเมืองหนองคาย เพื่อทำบันทึกการตรวจยึด

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย บอกเพียงว่าพวกตนเป็นเพียงคนงานเท่านั้น ไม่พบนายจ้าง ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเป็นคนกรุงเทพฯ มีภรรยาเป็นชาว สปป.ลาว  เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันผลิตยาปลอม ตาม พ.ร.บ. พ.ศ.2510” , ความผิดมาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย นำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบันเว้นแต่ได้รับอนุญาต ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท , ความผิดตามมาตรา 72 ห้ามมิให้ผู้ใด ผลิต ขาย หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาต่อไปนี้ (1) ยาปลอม และในความผิดตามมาตรา 73 ยาหรือวัตถุต่อไปนี้เป็น ยาปลอม (3) ยาที่แสดงชื่อหรือเครื่องหายของผู้ผลิต หรือสถานที่ตั้ง สถานที่ผลิต ซึ่งไม่ใช่ความจริง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าห้องเช่าดังกล่าวเป็นของนางสุจีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) ชาวจังหวัดอุดรฯ ซึ่งได้เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองหนองคายแล้ว โดยบอกว่ามีคนมาติดต่อขอเช่าทั้ง 3 ห้องและเข้าอยู่อาศัยช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นการเช่าเพื่อทำโรงงานผลิตยาแก้ไอปลอม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ตนทราบ จึงได้รีบมาให้ปากคำ

จากการตรวจสอบเส้นทางการส่งขายยาแก้ไอปลอม พบว่ามีการประกาศขายตามโซเชียล ส่งขายทั่วประเทศ อีกทั้งยังพบว่ามีการส่งขายไปยัง สปป.ลาว ส่วนราคาขายนั้นอยู่ที่ขวดละ 20 บาท ถูกกว่ายาจริงประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งยาแก้ไขยี่ห้อดังที่มีการปลอมครั้งนี้ เป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นที่นำไปผสมเป็นสี่คูณร้อย

 

นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผวจ.หนองคาย ได้ขอบคุณประชาชนที่แจ้งเบาะแสจนเจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นจับกุมได้ในครั้งนี้ ซึ่งช่องทางในการแจ้งเบาะแสมีหลายช่องทาง เช่นศูนย์ดำรงธรรม , โทรศัพท์โดยตรงหา ผวจ. , รอง ผวจ. , ปลัดจังหวัด , นายอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงผ่านแอฟ Tarffy Fondue ก็ได้ แจ้งโดยไม่ต้องบอกชื่อก็ได้ ขอรับรองว่ารายชื่อหรือผู้ที่แจ้งจะเป็นความลับ

ทางด้านนายแพทย์สุรพงษ์ ผดุงเวียง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ได้ให้คำแนะนำประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้ยา ขอให้ปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรซื้อยาผ่านช่องทางโซเชียลอย่างเด็ดขาด ส่วนยาที่มีสารสเตียรอยด์ มีอันตรายมาก ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

จากนั้นได้ส่งผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะได้มีการขยายผลเจ้าของและผู้ร่วมเครือข่ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

 

กลับ กลับหน้าหลัก



ติดต่อเรา

Copyright © 2016 nongkhainewsonline : ข่าวออนไลน์หนองคาย