หนุ่มชาว สปป.ลาว ที่ฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาว สปป.ลาว เช่นกัน บอกรักมาก คบกันมาก 6 – 7 ปี มีการผูกข้อมือกันแล้ว เข้ามาทำงานที่ไทยพร้อมกัน และนัดกันจะกลับบ้านโดยลาออกจากที่ทำงานแล้ว แต่แฟนสาวกลับหนีไปทำงานที่พัทยา ตนไปตามก็พบภาพที่แฟนสาวออกไปกับลูกค้า จึงเกิดความหึงหวง มีการทะเลาะกัน และนำตัวกลับมาที่พักที่กรุงเทพฯ ก่อนเกิดเหตุแฟนเสียชีวิต จนมีการหั่นศพ
หนุ่มชาว สปป.ลาว ที่ฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาว สปป.ลาว เช่นกัน บอกรักมาก คบกันมาก 6 – 7 ปี มีการผูกข้อมือกันแล้ว เข้ามาทำงานที่ไทยพร้อมกัน และนัดกันจะกลับบ้านโดยลาออกจากที่ทำงานแล้ว แต่แฟนสาวกลับหนีไปทำงานที่พัทยา ตนไปตามก็พบภาพที่แฟนสาวออกไปกับลูกค้า จึงเกิดความหึงหวง มีการทะเลาะกัน และนำตัวกลับมาที่พักที่กรุงเทพฯ ก่อนเกิดเหตุแฟนเสียชีวิต จนมีการหั่นศพ
เมื่อเวลา 08.30 น.วันนี้ (25 มี.ค. 69) ที่งานสืบสวนปราบปราม ตม.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย และพ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย ได้ควบคุมตัวนายต้อม อายุ 26 ปี ชาว สปป.ลาว ผู้ต้องหา ฆ่าหั่นศพนางสาวแรม อายุ 20 ปี แฟนสาวชาว สปป.ลาว แล้วนำแยกใส่ถุงดำไปทิ้ง ที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.หนองคาย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย โดยการนำของ พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย และพ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย จับกุมได้ที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนหนองคาย ขณะกำลังหาช่องทางที่จะข้ามกลับไป สปป.ลาว เพื่อส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง กลับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ในฐานความผิด “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตาย”
จากการตรวจสอบกระเป๋าของนายต้อม ก็พบเสื้อผ้าในวันที่ก่อเหตุ และพบสร้อยข้อมือทองคำ (ทองปลอม) ที่นายต้อม บอกว่าจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์แฟนสาว และพบว่าคลิปในโทรศัพท์ มีการถ่ายแฟนที่ถูกทำร้าย อยู่ในลักษณะหวาดกลัวหลายคลิป ซึ่งในต้อมบอกว่า ถ่ายเล่นเฉย ๆ ไม่มีอะไร
สอบถามนายต้อม (ผู้ต้องหา) ว่ารักแฟนสาวมากไหม นายต้อม บอกว่า ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนรักแฟนสาวมากแค่ไหน แต่ตนยอมรับว่ารักมาก คบกันมา 6 – 7 ปีแล้ว มีการผูกข้อมือกันแล้ว ข้ามมาไทยเพื่อทำงานพร้อมกัน ทำงานคนละที่ใกล้ ๆ กัน ตนทำงานที่ครัวของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ส่วนแฟนทำงานในตลาด ที่ตนไปตามที่พัทยานั้น เนื่องจากเดือนนี้แฟนหนีไปทำงานที่พัทยา
นายต้อม บอกต่ออีกว่าตนกับแฟนนัดกันที่จะกลับบ้านที่ สปป.ลาว เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยตนและแฟนได้ลาออกจากที่ทำงานแล้ว แต่แฟนกลับไม่ยอมกลับบ้านพร้อมตน ได้หนีไปทำงานที่ร้านอาหารและคาราโอเกะ ที่พัทยา ตนได้ไปตามก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในร้าน ตนก็แอบรอดูอยู่นอกร้าน จนเวลาประมาณตี 5 ก็เห็นแฟนเดินออกมาจากร้านพร้อมกับลูกค้า ตนได้เดินไปหา แฟนและลูกค้าได้เดินกลับไปในร้าน ตนได้ยินเจ้าของร้านบอกกับลูกค้าว่าให้กลับไปก่อน แล้วค่อยไปหาแฟนตนที่ห้องพัก ตนได้ขู่ว่าจะโทรไปหาญาติพี่น้องของแฟนว่า ถ้าไปกลับไปด้วย จะรับญาติพี่น้องมาดูว่าแฟนทำงานอะไร แฟนบอกอายไม่อยากให้ใครรู้ จึงยอมกลับมากับตนที่กรุงเทพฯ เมื่อมาถึงบอกเหนื่อยขอนอน ไม่ได้ทะเลาะกัน ซึ่งตั้งใจจะพากลับบ้าน เพื่อให้ญาติผู้ใหญ่ไกล่เกลี่ยให้
ส่วนสาเหตุการตายนั้นนายต้อมไม่ยอมบอก บอกเพียงว่าได้บอกกับเจ้าหน้าที่หมดแล้ว ซึ่งเกิดจากความหึงหวง เกิดอารมณ์ชั่ววูบจนพลั้งมือใช้มีดแทงจนเสียชีวิต ก่อนจะหั่นศพออกเป็นชิ้น ๆ ใส่ถุงดำ 8 ถุง ไปทิ้ง โดย 2 ถุงทิ้งถังขยะหน้าปากซอย ที่น่าจะเป็นส่วนแขน อีก 6 ถุงนำไปทิ้ง ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ที่ชำแหละเป็นเพราะเคยชำแหละพวกสัตว์มาก่อน เริ่มจากชำแหละที่ส่วนขา จนถึงส่วนคอ มีดก็ทิ้งไว้ที่พัก
พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย บอกว่า ตนได้รับการประสานจากตำรวจท่องเที่ยว ว่ามีผู้ต้องหาคนสำคัญหลบหนีจากกรุงเทพฯ มาลงที่สนามบินอุดรธานี จึงได้ออกสืบสวนติดตามหาตัว จนสามารถจับกุมได้ เคสนี้ก็เหมือนกับหลาย ๆ เคสที่ ตม.หนองคาย ติดตามจับกุมได้ ซึ่งเคสนี้คนร้ายพยายามหาช่องทางที่จะข้ามกลับไป สปป.ลาว แต่เป็นไปไม่ได้ เพราะได้มีการป้อนข้อมูลเข้าในระบบของตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หากนำเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจระบบก็จะแจ้งเตือนทันที จากที่ได้สอบถามเบื้องต้นนั้น ผู้ต้องหาบอกว่าแรงจูงใจเกิดจากบันดาลโทสะ แต่ตนยังไม่ค่อยเชื่อ จากนี้ก็จะส่งตัวให้กับตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อนำกลับไปดำเนินคดี.



