ศุลกากรหนองคาย โชว์ผลงานจับกุมหนุ่มอุดรฯ ซุกซ่อนพอตเค (เคตามีน) พันรอบเอว จำนวน 95 หัว มูลค่ากว่า 1.9 แสนบาท และจับกุมหนุ่มชาวจีน ที่ซุกซ่อนยาอีและแฮปปี้วอเตอร์ มาในเสื้อคลุม มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท นายด่านศุลกากรหนองคายเตือน อย่างรับจ้างใครฝากสิ่งของข้ามกลับมาเข้ามาในประเทศ เพราะอาจจะเป็นยาเสพติด ซึ่งมีโทษสูง
v
ศุลกากรหนองคาย โชว์ผลงานจับกุมหนุ่มอุดรฯ ซุกซ่อนพอตเค (เคตามีน) พันรอบเอว จำนวน 95 หัว มูลค่ากว่า 1.9 แสนบาท และจับกุมหนุ่มชาวจีน ที่ซุกซ่อนยาอีและแฮปปี้วอเตอร์ มาในเสื้อคลุม มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท นายด่านศุลกากรหนองคายเตือน อย่างรับจ้างใครฝากสิ่งของข้ามกลับมาเข้ามาในประเทศ เพราะอาจจะเป็นยาเสพติด ซึ่งมีโทษสูง
เมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (7 มีค. 69) ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย หรือด่านพรมแดนหนองคาย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย , นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศุลกากรหนองคาย , นายพัฒนพงศ์ ตันติวัฒนกุลชัย หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 , ร.ต.ไชโย หรพูน ผู้แทน บก.ควบคุมที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี , ตม.หนองคาย , นรข.หนองคาย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดจำนวน 2 คดี คดีแรกจับกุม นายธีรวัจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาว ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรฯ พร้อมของกลางพอตเค (เคตามีน) พันรอบเอว จำนวน 95 หัว มูลค่ากว่า 1.9 แสนบาท ที่ซุกซ่อนโดยใช้เทปพันไว้รอบเอว ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯจับกุมได้ที่ด่านพรมแดนหนองคาย เวลาประมาณ 19.20 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา อีกคดีจับกุมหนุ่มชาวจีน อายุ 27 ปี พร้อมของกลาง ยาอีลักษณะ เม็ดสีส้ม 257 เม็ด น้ำหนัก 54 กรัม , ยาอีลีกษณะ เม็ดสีม่วง 9 เม็ด น้ำหนัก 8 กรัม , แฮปปี้วอเตอร์ (Happy Water) จำนวน 12 ซอง น้ำหนัก 48 กรัม และผงสีน้ำตาล(ยาอี) 2 ถุงใหญ่ 1 ถุงเล็ก น้ำหนักรวม 803 กรัม มูลค่าโดยประมาณ 5,018,600 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯจับกุมได้ที่ด่านพรมแดนหนองคาย เวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569
การจับกุมคดีแรก เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 ชายชาวไทย ทราบชื่อต่อมาคือนายธีรวัจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาว ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรฯ เดินทางเข้ามา
ในราชอาณาจักรทางด่านพรมแดนหนองคาย จังหวัดหนองคาย โดยรถโดยสารระหว่างประเทศประจำสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 เมื่อผู้โดยสารลงจากรถคันดังกล่าว เข้ามาตามช่องทางผู้โดยสารขาเข้ามายังจุดตรวจสัมภาระผู้โดยสารของศุลกากรพบมีลักษณะต้องสงสัย เนื่องจากเป็นคนตัวเล็กแต่ที่บริเวณเอวอ้วนใหญ่ เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านพรมแดนหนองคาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฯ ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม จึงได้เรียกตรวจค้นโดยละเอียด พบเทปสีขาวพันรอบร่างกายบริเวณลำตัวของชายคนดังกล่าว ภายในบรรจุ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 คีตามีน ในรูปแบบหัวบุหรี่ไฟฟ้า (พอตเค) จำนวนหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคายนำตัวอย่างของทั้งหมดมาทดสอบ ได้นำตัวอย่างน้ำยาที่บรรจุภายในมาทำการทดสอบด้วยน้ำยาพบว่าเป็นคีตามีน (ketamine) ผสมอยู่ ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 โดยตรวจพบพอตเค จำนวน 95 หัว น้ำหนักรวม 617 กรัม มูลค่าโดยประมาณ 190,000 บาท จึงได้ควบคุมตัวไว้
ส่วนอีกคดี เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านพรมแดนหนองคาย และเจ้าหน้าที่ฯ ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ร่วมกันตรวจสอบรถโดยสารระหว่างประเทศเวียงจันทน์ – อุดรธานี พบมีเสื้อคลุมสีดำที่มีลักษณะอาจมีของซุกซ่อนอยู่ภายใน วางอยู่บนที่นั่ง จึงได้สอบถามพนักงานขับรถโดยสารและผู้โดยสารที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ทราบว่าเสื้อคลุมดังกล่าวเป็นของชายชาวจีน เจ้าหน้าที่จึงรออยู่จนกระทั่งพบชายชาวจีนคนดังกล่าวกลับมาที่นั่งและแสดงตนเป็นเจ้าของ จึงได้เชิญมาทำการตรวจสอบเสื้อคลุมดังกล่าวโดยละเอียด พบภายในเสื้อคลุมมียาอีลักษณะ เม็ดสีส้ม 257 เม็ด น้ำหนัก 54 กรัม , ยาอีลีกษณะ เม็ดสีม่วง 9 เม็ด น้ำหนัก 8 กรัม , แฮปปี้วอเตอร์ (Happy Water) จำนวน 12 ซอง น้ำหนัก 48 กรัม และผงสีน้ำตาล(ยาอี) 2 ถุงใหญ่ 1 ถุงเล็ก น้ำหนักรวม 803 กรัม ซุกซ่อนอยู่ รวมมูลค่าโดยประมาณ 5,018,600 บาท
นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศุลกากรหนองคาย ฝากเตือน อย่างรับจ้างใครฝากสิ่งของข้ามกลับมาเข้ามาในประเทศ เพราะอาจจะเป็นยาเสพติด ซึ่งมีโทษสูง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งของกลางทั้งหมดให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.


















