สมาคมพลังบำบัดไทย จัดโครงการฟื้นฟูผู้พิการและผู้สูงอายุด้วยศาสตร์พลังบำบัด ณ จังหวัดหนองคาย
สมาคมพลังบำบัดไทย จัดโครงการฟื้นฟูผู้พิการและผู้สูงอายุด้วยศาสตร์พลังบำบัด ณ จังหวัดหนองคาย
ระหว่างวันที่ 25 – 26 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา สมาคมพลังบำบัดไทย นำโดย อาจารย์วรรณวิไล กันเพ็ชร์ นายกสมาคมพลังบำบัดไทย ได้ดำเนินการจัด โครงการฟื้นฟูผู้พิการและผู้สูงอายุด้วยศาสตร์พลังบำบัด ณ หอประชุมวัดพระธาตุบังพวน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพกายและจิตใจของผู้พิการและผู้สูงอายุด้วยศาสตร์พลังบำบัดอย่างบูรณาการ
ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ และมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิและทีมวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาเข้าร่วมสังเกตการณ์และสนับสนุนการดำเนินโครงการ เพื่อประเมินผลและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ อาทิ
1. นางวรรณวิไล กันเพ็ชร์ นายกสมาคมพลังบำบัดไทย
2. ดร.พิมพ์ใจ เมษฐ์สุขใส ผู้เชี่ยวชาญ สาขาวิจัยและพัฒนา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)
3. คุณสิริกร นามลาบุตร ผู้เชี่ยวชาญ สาขาวิจัยและพัฒนา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)
4. ดร.ชลธี ปลั่งกลาง นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์
5. ดร.ชัยวัฒน์ พรหมเพชร นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการอุตสาหกรรม (ClIM) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
6. อาจารย์สิทธิ์ฯ นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์
7. นายพีรวิชญ์ นามลาบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา
8. นางนุชลีพร จิตแกล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา
9. นายจันทมร สีหาบุญลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา
10. ดร.จันทร์ธิมา ปิ่นหิรัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา
ภายในงานได้มีการคัดกรองสุขภาพผู้เข้ารับการบำบัด โดยความร่วมมือกับสถาบันการแพทย์ทางเลือก และศูนย์สุขภาพ เขต 8 อุดรธานี กรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ทั้งก่อนและหลังการบำบัด เพื่อประเมินผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมสมรรถภาพทางกายและจิตใจแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยใช้ศาสตร์พลังบำบัดในหลากหลายรูปแบบ เช่น การบำบัดทางจิตใจ กายภาพบำบัด และการฝึกจิตผ่านสนามพลัง
ผลการดำเนินโครงการพบว่า ผู้เข้ารับการบำบัดมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาทิ จากผู้ที่เคยอ่อนแรงและใช้ไม้เท้าในการเดิน หลังการบำบัดสามารถเดินได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ช่วยเดิน สร้างความประทับใจทั้งแก่ผู้เข้ารับการบำบัดและผู้ร่วมสังเกตการณ์
การสัมมนาและการบำบัดในครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางปฏิบัติที่ดี นำไปสู่การต่อยอดและพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังของศาสตร์พลังบำบัดในการฟื้นฟูสุขภาพกายและใจของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม.






























