ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (ตม.หนองคาย) สนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงานรวบผู้ต้องหาค้ายาเสพติดข้ามชาติ และเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ 2 ราย

ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย (ตม.หนองคาย) สนองนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โชว์ผลงานรวบผู้ต้องหาค้ายาเสพติดข้ามชาติ และเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ 2 ราย

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2569 พ.ต.อ.นพดล รักชาติ ผกก.ตม.จว.หนองคาย ,พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย ,พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม.หนองคาย ร่วมกันจับกุม นายบุญส่ง ชาวบุรีรัมย์ บุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.588/2568 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ในข้อหา สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดอันเป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปและมีส่วนรวมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญในการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศลาวเข้ามาประเทศไทยทางชายแดน อ.สังคม จ.หนองคาย จากนั้นจะลำเลียงเข้าไปยังจังหวัดชั้นใน ที่ผ่านมาตั้งแต่ พ.ค.2567- ส.ค.2568  มีการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดยาเสพติดหลายครั้งในพื้นที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พบว่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้ถูกลำเลียงข้ามมาจากประเทศลาวผ่านทางชายแดน อ.สังคม จ.หนองคาย และจากการขยายผลพบว่า นายบุญส่งฯ เป็นหนึ่งในเครือข่ายรายสำคัญซึ่งอาศัยอยู่กับภรรยาชาวลาวในนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เป็นตัวการสำคัญที่คอยสั่งการและประสานงานกับเครือข่ายในการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคาย ทั้งยังใช้บัญชีธนาคารของตนเองในการรับโอนเงินจากการค้ายาเสพติด โดยมีการเปิดร้านค้าบังหน้าในประเทศลาว  ซึ่งเป็นการร่วมกันกระทำผิดในลักษณะองค์กรอาชญากรรรมข้ามชาติ ตม.หนองคาย ได้เฝ้าติดตามมาโดยตลอด จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ขณะเดินทางกลับเข้ามาทางด่านพรมแดนหนองคาย จากนั้น เจ้าหน้าที่จะได้ประสาน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กลางใหญ่ จ.อุดรธานี เจ้าของคดี เพื่อนำตัวกลับไปดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

 

คดีที่ 2 จับกุม นายวสันต์ ชาวจังหวัดระยอง ตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 586/2568 ลง 22 ต.ค.2568 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยประการที่น่าจะรู้หรือควรรู้ว่าจะใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอื่นใดโดยมี พงส.สภ.ท่าเรือ เป็นเจ้าของคดี สอบปากคำ ผู้ต้องหาให้ถ้อยคำว่า เมื่อตอนต้นปี 2567 ตนต้องการหาเงินมาใช้จ่าย เห็นมีประกาศซื้อบัญชีธนาคารทางเฟสบุ๊ค จึงได้ติดต่อไปเสนอขาย นายหน้าได้เสนอซื้อบัญชีละ 1,500 บาท จึงได้ตกลงขาย จากนั้นนายหน้ามารับพาไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขต อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เพื่อทำการขอเปิดบัญชีธนาคารทางออนไลน์ ตนเองเปิดบัญชีไปทั้งสิ้น 10 บัญชี และได้ทำการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM เพื่อให้สามารถใช้งานได้ จากนั้นนายหน้าพาลักลอบข้ามไป ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ทางช่องทางธรรมชาติ และได้พาไปพักที่ตึกแห่งหนึ่ง (ฝั่งตรงข้ามห้างบิ๊กซี สาขาสระแก้ว) จากนั้นได้ให้สแกนใบหน้าโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารเป็นระยะเวลา 5 วัน ต่อมานายหน้าได้พาตนลักลอบกลับเข้ามาฝั่งประเทศไทย แล้วมาส่งตนที่ บขส.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวและควบคุมตัวนำส่ง สภ.ท่าเรือ จ.กาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ยังพบว่านอกจาก ผู้ต้องหาจะมีพฤติกรรมขายบัญชีธนาคารให้กับกลุ่มสแกมเมอร์แล้ว ยังทำงานร่วมกับเครือเว็บข่ายพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่ประกอบอาหารและขับรถรับส่งกลุ่มพนักงานเว็บพนันออนไลน์ ใน สปป.ลาว ซึ่ง ตม.หนองคาย ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อทำการสืบสวนขยายผลต่อไป.

 

กลับ กลับหน้าหลัก



ติดต่อเรา

Copyright © 2016 nongkhainewsonline : ข่าวออนไลน์หนองคาย