“สวนลำไยตาแสง” ที่ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย ปลูกลำไยพันธุ์น้ำผึ้ง ดินลุ่มน้ำโขง หนึ่งเดียวในภาคอีสาน มานานกว่า 30 ปี รสชาติหวานอร่อย เนื้อแน่นเก็บไว้ได้นาน หากไม่มีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งขาย ขายเฉพาะในจังหวัดหนองคาย และส่งขาย สปป.ลาว ไม่พอขาย

“สวนลำไยตาแสง” ที่ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย ปลูกลำไยพันธุ์น้ำผึ้ง ดินลุ่มน้ำโขง หนึ่งเดียวในภาคอีสาน มานานกว่า 30 ปี รสชาติหวานอร่อย เนื้อแน่นเก็บไว้ได้นาน หากไม่มีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งขาย ขายเฉพาะในจังหวัดหนองคาย และส่งขาย สปป.ลาว ไม่พอขาย

“สวนลำไยตาแสง” ของนายแสง เสียงเสนาะ อายุ 73 ปี ที่บ้านวัดธาตุใต้ ตำบลหาดคำ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ 2 จำนวน 6 ไร่ มาปลูกลำไย 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์อีดอ และพันธุ์น้ำผึ้ง หรืออีดอพวงทอง จำนวนกว่า 150 ต้น มาตั้งแต่ปี 2530 ถือเป็นเป็นแหล่งปลูกลำไยพันธุ์น้ำผึ้ง ดินลุ่มน้ำโขงที่มีความอุดมสมบูรณ์ หนึ่งเดียวในภาคอีสาน ซึ่งลำไยพันธุ์น้ำผึ้งมีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดสมุทรปราการ ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมไปแล้ว

 

ลำไยพันธุ์น้ำผึ้งที่ปลูกภายในสวนแห่งนี้ จะให้รสชาติที่หวานจัด เนื้อแน่น กว่าลำไยพันธุ์อีดอ ที่สำคัญสามารถเก็บไว้ได้นานที่ต้นโดยไม่เน่าเสีย ทำให้เกษตรกรที่ปลูกทยอยเก็บผลผลิตขายได้ยาวนานกว่าลำไยพันธุ์อื่น ๆ ทั่วไป เมื่อเก็บจากต้นแล้วก็ยังสามารถเก็บไว้รับประทานได้ยาวนานอีกเช่นกัน โดยส่วนที่เป็นเปลือกจะแห้ง แต่เนื้อที่อยู่ภายในจะแน่นและมีรสหวานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ลำไยพันธุ์น้ำผึ้งยังมีราคาที่แพงกว่าลำไยพันธุ์อีดอเกือบ 1 เท่าตัว ในส่วนของตลาดนั้น หากไม่มีปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งขาย ขายเฉพาะในจังหวัดหนองคาย และส่งขาย สปป.ลาว ไม่พอขาย ซึ่งราคาลำไยที่หน้าสวนปีนี้ ลำไยพันธุ์อีดอ อยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนลำไยพันธุ์น้ำผึ้งจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 35 บาท

 

นายแสง เสียงเสนาะ เจ้าของ “สวนลำไยตาแสง” เล่าให้ฟังว่า พื้นที่ ๆ ปลูกลำไย เดิมนั้นพ่อ-แม่ใช้ทำนา แต่เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้น้ำไม่ค่อยมาถึงและมีสภาพแห้งแล้งอยู่เป็นประจำ จึงได้มีการยกร่องทดลองปลูกลำไยและมีการปลูกอ้อยสลับในพื้นที่ ๆ เป็นร่อง ปลูกอ้อยได้ประมาณ 3 - 4 ปี ลำไยที่ปลูกก็โตจึงได้เริ่มไถกลบอ้อยให้เหลือแต่ลำไย และลำไยก็เริ่มให้ผลผลิต ซึ่งลำไยได้เริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี 2530 เฉพาะพื้นที่ ๆ ปลูกลำไยประมาณ 6 ไร่ มีลำไยที่ปลูกประมาณ 140 – 150 ต้น ลำไยที่ปลูกเริ่มให้ผลผลิตหลังจากปลูกได้ 4 – 5 ปี และให้ผลผลิตเต็มที่เมื่อปลูกได้ประมาณ 7 ปี ลำไยที่ปลูกเริ่มจากปลูกพันธุ์อีดอ โดยส่งกิ่งพันธุ์มาจากจังหวัดลำพูน ต่อมามีชาวบ้านในหมู่บ้านที่ปลูกลำไยพันธุ์น้ำผึ้งขายดีกว่า ตนก็ได้นำลำไยพันธุ์น้ำผึ้งมาทยอยปลูกแทนลำไยพันธุ์อีดอ ซึ่งลำไยพันธุ์น้ำผึ้งนั้นเริ่มจากมีคนจีนนำมาปลูกในหมู่บ้านตั้งแต่ปี 2514 ขณะนี้ที่สวนของตนมีลำไยพันธุ์น้ำผึ้งอยู่ประมาณ 20 กว่าต้น การดูแลลำไยพันธุ์อีดอจะดูแลง่ายกว่าเล็กน้อย ส่วนลำไยพันธุ์น้ำผึ้งจะต้องไม่ให้มีผลดกเกินไปเพราะจะทำให้ต้นตาย แต่ข้อดีของลำไยพันธุ์น้ำผึ้งคือจะทนทานต่อโรค ส่วนความนิยมนั้นลำไยพันธุ์น้ำผึ้งจะได้รับความนิยมมากกว่าพันธุ์อีดอ ทำให้ขายได้ราคาที่ดีกว่า และมีรสชาติที่หวานกว่า เหมาะสำหรับคนที่ชอบลำไยหวาน ๆ ลำไยที่โตเต็มที่จะให้ผลผลิตอยู่ที่ 200 – 250 กก./ต้น ช่วงเวลาที่เริ่มเก็บขายคือตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม – ปลายเดือนสิงหาคม ส่วนลักษณะเด่นของลำไยที่สวนของตนนั้นคือ หวานจัด และผิวดี ส่วนขนาดของผลจะอยู่ขนาดกลาง ๆ สม่ำเสมอ ลำไยเป็นพืชที่ปลูกง่าย ชอบความชุ่มชื้น ไม่แฉะหรือแห้งเกินไป แต่เป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี

 

สำหรับตลาดนั้นเจ้าของ “สวนลำไยตาแสง” บอกว่าปีนี้จะส่งให้กับพ่อค้า-แม่ค้าในจังหวัดหนองคาย ที่เข้ามารับซื้อเองถึงสวน ซึ่งหากไม่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 นั้น จะมีพ่อค้า-แม่ค้าจากจังหวัดใกล้เคียงเข้ามารับซื้อถึงสวนเช่นกัน แม้ช่วงหลัง ๆ จะมีเข้ามาซื้อน้อยลงเนื่องจากที่ไหนที่ก็สามารถปลูกลำไยได้ แต่ที่หนองคายได้เปรียบสามารถส่งไปขายที่ สปป.ลาวได้ ไม่พอขาย ซึ่งชาวลาวจะชอบรับประทานลำไยพันธุ์อีดอ ที่มีราคาถูกกว่าลำไยพันธุ์น้ำผึ้งเกือบครึ่งหนึ่ง

ทางด้านนายอุดร วงศ์ใหญ่ เกษตรอำเภอเมืองหนองคาย บอกว่า ในพื้นที่อำเภอเมืองหนองคาย มีพื้นที่ปลูกลำไยประมาณ 400 กว่าไร่ ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 200 ไร่ พันธุ์ที่นิยมปลูกคือลำไยพันธุ์อีดอ และพันธุ์อีดอพวงทอง ที่ชาวหนองคายตั้งชื่อใหม่เป็นพันธุ์น้ำผึ้ง ลำไยที่ให้ผลผลิตในขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นลำไยที่ปลูกมาแล้วกว่า 20 ปี พื้นที่ในเขตตำหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย แห่งนี้ถือเป็นพื้นที่ ๆ มีความเหมาะสมในการปลูกลำไย ดูได้จากผลผลิตที่ได้ ซึ่งพื้นที่ในจุดนี้เป็นพื้นที่ราบ มีระดับน้ำใต้ดินอยู่ในระดับที่สูง มีความเหมาะสมในการปลูกลำไยเป็นอย่างยิ่ง เป็นดินลุ่มน้ำโขงที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีหน้าดินที่สูงชั้นหินอยู่ลึก ทำให้ลำไยที่ปลูกเจริญเติบโตได้ดี ให้ผลผลิตดี มีโรคและแมลงรบกวนน้อย เกษตรกรสามารถปลูกเป็นลำไยปลอดสารเคมีได้

ในส่วนของเกษตรกรที่มีความสนใจอยากปลูกลำไยนั้น เกษตรอำเภอเมืองหนองคาย บอกว่า อันดับแรกคือต้องปรึกษาเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร ที่มีนักวิชาการที่สามารถจะให้คำแนะนำได้ และที่ตำบลหาดคำ แห่งนี้ก็เป็นพื้นที่เก่าแก่ที่มีเกษตรกรปลูกลำไยมาเป็นระยะเวลานานหลายสิบปี ถือเป็นเกษตรกรที่มีความชำนาญในการปลูกลำไยเป็นอย่างมาก ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาดูงานและเป็นแหล่งเรียนรู้ได้

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถาม นายแสง เสียงเสนาะ เจ้าของ“สวนลำไยตาแสง” ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 088-5198517.

 

กลับ กลับหน้าหลัก



ติดต่อเรา

Copyright © 2016 nongkhainewsonline : ข่าวออนไลน์หนองคาย