มันไม่ใช่หมอกยามเช้า มันคือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) กับวิกฤตสุขภาพที่คนหนองคาย ต้องแลก

จากที่ในช่วงระยะนี้สภาพอากาศในพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัดหนองคาย หลายพื้นที่มีหมอกลง สภาพอากาศขมุกขมัวไม่แจ่มใส โดยเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในอากาศ โดยพบว่าประชาชนจำนวนมากได้ส่งเรื่องมาให้ผู้สื่อข่าวช่วยตรวจสอบ และระบุตรงกันว่าในท้องฟ้าจังหวัดหนองคาย นั้นปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ ซึ่งทุกคนระบุว่าที่ตาเรามองเห็นนั้นกลับไม่ใช่หมอก หากแต่คือฝุ่นควันที่มีมากจนเกินค่ามาตรฐาน ดังที่กรมควบคุมมลพิษได้ออกมากล่าวว่า หมอกหนาทึบที่เรามองเห็นนั้นเกิดจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกินมาตรฐาน

โดยจากการตรวจสอบของสื่อมวลชนในพื้นที่ อ.สังคม อ.ท่าบ่อ และ เขต อ.เมืองหนองคาย พบในช่วงเช้าจะปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ นั้นคือฝุ่นควันที่มีมากจนเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจแล้วหลายราย

สำหรับ PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน อาจเทียบอย่างง่ายว่ามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ เล็กขนาดที่ขนจมูกของมนุษย์นั้นไม่สามารถกรองได้ ทำให้ฝุ่นละอองชนิดนี้สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมสู่กระบวนการทำงานในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง โดยที่ PM2.5 เกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลักคือแหล่งกำเนิดโดยตรง ได้แก่ การเผาในที่โล่ง ปล่อย PM2.5 มากที่สุด โดยมาจากการเผาในพื้นที่เพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยว รวมไปถึงหมอกควันพิษข้ามพรมแดน การคมนาคมขนส่ง โดยมาจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงทั้งดีเซลและแก๊สโซฮอล์เป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดของออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) อีกด้วย รวมทั้งการรวมตัวของก๊าซอื่นๆ ในบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) รวมทั้งมีสารปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd), อาร์เซนิก (As) หรือโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ที่ล้วนแล้วแต่เป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์

ด้วยองค์ประกอบของสารพิษเหล่านี้ ทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้ PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้ 1 ใน 8 ของประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร สอดรับกับรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษในอากาศเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 50,000 ราย ซึ่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรนี้ส่งผลกระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่รัฐจะต้องสูญเสียเกี่ยวเนื่องกับการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากมลภาวะทางอากาศนี้อีกด้วย

สำหรับ ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือมีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ ฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วนี้ เกิดขึ้นจากกิจกรรมหลายชนิด อาทิเช่น การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการก่อสร้าง ซึ่งเป็น 2 สาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ ฝุ่น PM2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะสามารถเดินทางผ่านทางเดินหายใจสู่ปอดและกระแสเลือดได้ง่าย เพิ่มโอกาสของโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และต้องป้องกันด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานป้องกันฝุ่นขนาดเล็กโดยเฉพาะ ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือเกณฑ์สีส้ม (101-200 มคก./ลบ.ม.) ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงทางเดินหายใจ โรคปอด ที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่นละออง PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ขณะอยู่กลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์

สำหรับประชาชนในหลายพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาดังกล่าวมาที่สื่อมวลชนเพื่อให้เกิดการรณรงค์ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อการเผาทุกชนิดโดยเฉพาะการเผาป่าและแปลงเกษตร (เผาอ้อย) ที่จะสร้างผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของชาวจังหวัดหนองคาย.

กลับ กลับหน้าหลัก



ติดต่อเรา

Copyright © 2016 nongkhainewsonline : ข่าวออนไลน์หนองคาย